ละคร ” แรงเงา ”

This slideshow requires JavaScript.

จากกรณีเหตุการณ์เศร้าสลด เด็กวัย 8 ขวบ ผูกคอตาย โดยเบื้องต้นคาดว่าเกิดจาก พฤติกรรมเลียนแบบละครแรงเงา และรายการคนอวดผี ซึ่งมีหลายฝ่ายออกมา วิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพื่อสะท้อนความคิด เห็นของสังคมไทย “ประสานมิตรโพล” คณะสังคม ศาสตร์ มศว ได้ทำการสำรวจความ คิดเห็นของ ผู้ปกครอง จำนวน 184 คน เยาวชน จำนวน 532 คน และประชาชนทั่วไป จำนวน 478 คน ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล จำนวน 1,194 คน ระหว่างวันที่ 3-5 พฤศจิกายน 2555

เด็กอาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์/นึกสนุก/อยากลองอยากทำตาม 38.14% สาเหตุน่าจะเกิด จากการปล่อยให้บุตรหลานดูทีวีตามลำพัง โดยไม่มีผู้ปกครองให้คำแนะนำ หรือให้การ ดูแลอย่างใกล้ชิด 34.88% เด็กอาจจะมีปัญหาอื่นๆ เช่น ทะเลาะกับเพื่อน เครียด สุขภาพจิต 20.11% สื่ออาจมีผลอยู่บ้าง เพราะมีเนื้อหารุนแรง มีตัวอย่างให้เห็น 4.56% อื่นๆ เช่น สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเด็ก, การใช้เวลาว่างของเด็กที่ไม่เกิด ประโยชน์ เป็นต้น 2.32% สำหรับการกำหนดเรตติ้งของรายการหรือละครโทรทัศน์ ผู้ปกครอง เยาวชน และประชาชน คิดว่า ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาสังคม ปัญหาการ ลอกเลียนแบบที่เกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด? เชื่อช่วยลดปัญหาได้พอสมควร 38.29% ไม่น่าจะช่วยลดปัญหาได้ 31.79% ลดปัญหาไม่ได้เลย 24.27% ช่วยลดปัญหาได้มาก 5.64%

ผู้ปกครอง เยาวชน และประชาชน เห็นว่า การนำเสนอพฤติกรรมความรุนแรงใน ละครโทรทัศน์ มีผลต่อพฤติกรรมของเยาวชนมากน้อยเพียงใด? มีผลบ้าง 51.69% เพราะเด็กเห็นเป็นตัวอย่าง, หากผู้ปกครองไม่ดูแลอย่างใกล้ชิด หรือมีปัญหาครอบครัว อาจทำให้เด็กติดสื่อหรือละครแล้วแสดงพฤติกรรมเลียนแบบได้ง่าย ฯลฯ มีผลมาก 36.10% เพราะเด็กเกิดการเรียนรู้และมีพฤติกรรมเลียนแบบได้ง่าย, เด็กไม่สามารถ แยกแยะเรื่องจริงกับละครเองได้, สื่อมีอิทธิพลและมีผลอย่างมากกับ เยาวชนที่ขาดการ ดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครอง ฯลฯ ไม่ค่อยมีผล 9.32% เพราะ มีเรตติ้งระบุชัดเจนว่า ละครไม่เหมาะสำหรับเด็กต่ำกว่า 13 ปี, พฤติกรรมในละครมีให้เห็นอยู่ในสังคมทั่วไป, ถ้าผู้ปกครองดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีคงไม่เกิดเรื่องขึ้น ฯลฯ ไม่มีผลเลย 2.88% เพราะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่น่าจะมาจากการดูละครเพียงอย่างเดียว อาจมีเหตุผลอื่นประกอบด้วย ฯลฯ

สิ่งที่ เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชน ต้องการให้ “หน่วยงานภาครัฐ” ควรปฏิบัติดังนี้ ตรวจสอบ/ควบคุมเนื้อหาก่อนออกอากาศ ดูแลสื่ออย่างเข้มงวด 38.58% รณรงค์ให้เยาวชน ผู้ปกครองและประชาชนรู้เท่าทันสื่อ และควรเชิญสื่อมาร่วมให้ความรู้ คำแนะนำด้วย 23.14% ควรกำหนดเวลาฉายละครหลังข่าวใหม่/ควรย้ายไปเวลาดึกกว่านี้ 19.44% กำหนดบทลงโทษผู้จัดละครหรือสถานีโทรทัศน์ที่ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวดและจริงจัง 18.84%

สิ่งที่ เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชน ต้องการให้ “ผู้จัดละคร/สถานีโทรทัศน์” ควรปฏิบัติดังนี้ ควรนำเสนอละครที่มีสาระประโยชน์ สอดแทรกเนื้อหาที่มีคุณธรรม จริยธรรม เพื่อเป็นแบบอย่างของเยาวชนให้มากกว่านี้ 30.71% ละครที่มีเนื้อหารุนแรง ควรมีคำเตือน คำแนะนำปรากฎขึ้นระหว่างออกอากาศ 25.65% ควรลด /ตัดฉาก หรือเซนเซอร์ภาพที่มีพฤติกรรมความรุนแรงให้เหลือน้อยที่สุด 25.30% มีสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคม /ผลที่เกิดขึ้นภายหลังละครออกอากาศ 18.34% สิ่งที่ เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชน ต้องการให้ “ผู้ปกครอง” ควรปฏิบัติดังนี้ ควรสอดส่อง หรือสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานอย่างสม่ำเสมอ 30.09% ควรมีเวลาดูแล เอาใจใส่อย่างใกล้ชิด/อบรมสั่งสอนบุตรหลานให้มากขึ้น 28.85% ควรเลือกรายการที่มีสาระ มีเนื้อหาสร้างสรรค์ให้บุตรหลาน 25.03% ไม่ควรปล่อยให้เด็กดูทีวีตามลำพัง ควรให้คำชี้แนะหรือนั่งดูพร้อมผู้ปกครอง ละครมีเรตติ้งกำหนดไว้แล้ว ผู้ปกครองควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด 16.02%

การนำเสนอละครของเราคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมมาตลอด ว่าละครเรื่องหนึ่งนอกจากความบันเทิง ความสนุกสนานแล้ว ยังต้องมีข้อคิดและสอด แทรกสาระเอาไว้ด้วยเสมอ” 

เรื่องแรงเงาก็เช่นกัน 

”เราสะท้อนเรื่องสถาบันครอบครัวเป็นหลัก” 

โดยถ่ายทอดผ่านตัวละครทุกตัว ที่เป็น “สีเทา” มีทั้งด้านดีและไม่ดี 

”การดู แรงเงา จึงเป็นเสมือนกระจกสะท้อนที่ต้องย้อนกลับมามองตัวเอง หรือปัญหาในครอบครัว สิ่งเหล่านี้จะเป็นบทเรียนสำคัญที่ทุกคนจะได้เรียนรู้ไปพร้อมๆ กับตัวละคร ที่ต่างก็มีเหตุและผลของตัว “แรงเงา” ไม่ได้เป็นแต่เพียงละครแย่งผัว แย่งเมียหรือสงครามเมียน้อยกับเมียหลวงเท่านั้น 

แก่นหลักของเรื่องชี้ให้เห็นถึงสังคม ไทยที่นับวันจะเป็นสังคมหน้าไหว้หลังหลอก ฉกฉวยโอกาส ยิ่งสังคมมีความเจริญทาง วัตถุมากเท่าไร การพัฒนาทางด้านจิตใจกลับยิ่งถดถอยลง ทุกวันนี้คนไร้ซึ่งความเมตตา ไม่มีคำว่าอภัยให้คนที่ทำผิด และคำนึงถึงประโยชน์ของตนเป็นที่ตั้ง ตัวละครในเรื่อง จะใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก เป็นเครื่องมือประหัตประหารมุตตาซึ่งเป็นเหยื่ออันโอชะ มุตตาในฐานะเมียน้อยถูกสังคมตัดสินและลงโทษโดยไม่ถามหาเหตุผล ไม่สนใจว่าเรื่องราวเป็นมา เห็นได้ว่ากระแสของโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นดาบสองคม หากนำมาใช้เพื่อทำประโยชน์ก็จะมีประโยชน์อย่างมหาศาล ในทางกลับกันหากใช้ อย่างไร้ประโยชน์ขาดความระมัดระวัง หรือเพื่อทำร้ายคนอื่น ก็จะส่งผลเสียหายใน วงกว้าง 

ทำไมคนเราทุกวันนี้ถึงเป็นแบบนี้? สาเหตุมาจากการเลี้ยงดูเป็นสำคัญ พ่อ-แม่ไม่มีเวลาเอาใจใส่ลูก ทิ้งให้อยู่กับสื่อ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยไม่ได้ใส่ใจว่าสิ่งที่ลูกดูอยู่เหมาะสมหรือไม่ หรือการที่ พ่อ-แม่ทะเลาะ ตบตีกันต่อหน้าลูก สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ลูกหนีเข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัว และหาทางออกให้กับตัวเอง ด้วยการคบเพื่อน คบแฟน หรือพึ่งยาเสพติด ตัวอย่างของ ครอบครัวยุคใหม่ที่ล้มเหลวจะเห็นได้จากครอบครัวของ นพนภา-เจนภพ ที่เลี้ยงลูก ด้วยเงิน ซึ่งเป็นสิ่งสูญเปล่า เพราะการมีจนล้น ไม่ได้เป็นสิ่งการันตีได้ถึงความสุขใน ครอบครัว 

การเลี้ยงดูที่ให้ความรักลูกไม่เท่ากัน มีให้เห็นถึง 3 ครอบครัวที่เลี้ยงลูก ด้วยวิธีการนี้ ทั้ง มุตตา-มุนินทร์”, นพนภา-เนตรนภิศ และ ต้องกับต่อ ที่ต่างก็อิจฉา ริษยา ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องจึงมีช่องว่างและเกิดเป็นศัตรูกันเองอีกประเด็น หนึ่งคือ “แรงเงา” ได้สอดแทรกเรื่องกฎแห่งกรรมไว้ตลอดเวลา การนำเสนอความ รุนแรงก็เพื่อต่อต้านความรุนแรง เราไม่ได้ต้องการยั่วยุให้คนทำตามหรือใช้กำลังตัดสิน ปัญหา เราชี้ให้เห็นถึงการขาดสติ ขาดความยั้งคิดจะนำมาซึ่งผลร้าย ทำสิ่งใดไว้ก็มัก ได้สิ่งนั้นตอบแทน การให้อภัยหรืออโหสิกรรมต่อกันจะนำมาซึ่งความสุขที่แท้จริง นี่เป็นสิ่งที่ตัวละครจะได้เรียนรู้ ที่สำคัญคนดูสมัยนี้มีสติรู้เท่าทันละคร ไม่ได้ดูเพียง แค่ฉาบฉวย เอาแค่สนุกหรือสะใจ แรงเงา จึงเป็นเสมือนกระจก ที่หากดูละครแล้วย้อน ดูตัว สังคมของเราคงจะน่าอยู่มากกว่าที่เป็นอยู่ได้”

ขณะที่ วิสุทธิชัย บุณยะกาญจน ผู้เขียนบทโทรทัศน์บอกว่านอกจากเรื่องต่างๆ ข้างต้นแล้วเรื่องนี้ยังมีประเด็นของ สิ่งที่เห็นและความจริงภายในอาจไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

คนที่ดูร้ายอาจดี คนที่ดูแสนดี อาจชั่วร้าย เช่น “พร” ที่ดูเป็นหญิงกร้านโลก แต่จิตใจดีงาม ตรงข้ามกับสาวซื่อไร้เดียงสา อย่าง “รัชนก” ที่ภายในชั่วร้ายอย่างคาดไม่ถึง 

”แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งซึ่งละครเรื่องนี้ ต้องการสื่อที่สุดคือ เรื่องของกฎแห่งกรรม เรื่องของเวรระงับได้โดยการไม่ผูกเวร หรืออโหสิกรรม ที่บอกไว้ชัดเจน”

 ละครพูดถึงกิเลส กรรม และวิบากไว้ตลอดเรื่องกิเลส ความอยากทำให้ก่อกรรม กรรมหรือการกระทำนั้นมีผลเป็นวิบาก ซึ่งดำเนินไปเช่นนี้ ไม่จบสิ้น เรื่องกล่าวย้ำอยู่ตลอดว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ และผลของกรรมนั้น รุนแรง และอาจสนองให้เห็นในเวลารวดเร็ว หรือแม้ยังไม่แสดงผล แต่ก็จะติดตาม ไปดังเงาตามตัว “แรงเงา” มีเปลือกเป็นละครตบตี แก้แค้น แต่เนื้อแท้เป็นละคร จิตวิทยาและสะท้อนสังคมถึงเงามืดที่อยู่ในใจและในโลกรอบตัว มีแก่นแท้ คือเรื่องของกรรม

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s